mail to Colour&Style
<< Back to COLOUR OF LIFE
สีสัน..เป็นอะไรที่อยู่คู่กับโลกเราตราบใดที่ยังมีดวงอาทิตย์
ชีวิต.. เป็นอะไรที่จะต้องดำรงอยู่คู่กับโลกจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของชีวิตจนสิ้นเสร็จ
ความสำเร็จ.. เป็นผลที่เกิดจากการกระทำและการดำรงชีพของคน

ทั้งสามอย่างนั้นเกี่ยวข้องกับ “มนุษย์” ทุกผู้ทุกนามโดยตรง เพราะคนเราหนึ่งคนเมื่อเกิดมาแล้วจะต้องมีชีวิตและจะมีสีสันที่ติดตัวกันมาไม่ว่าจะเป็นสีของผิว สีของเส้นผม
และสีของดวงตา และสภาพแวดล้อมทั้งหมดก็จะประกอบขึ้นด้วยสี อย่างที่บอกว่าหากยังมีดวงอาทิตย์ก็จะมีสีอยู่ตลอดไป และเมื่อมนุษย์เราหนึ่งคนเริ่มมีชีวิตขึ้นมา
ก็ต้องมีการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อปากท้องของตัวเอง ต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับเวลา ต่อสู้กับสังคม ต่อสู้กับการทำงาน หากคนใดที่สามารถเตรียมอาวุธ (หมายถึงภาพลักษณ์ของตัวเอง)
ในการต่อสู้ได้ดีก็จะสามารถไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งความสำเร็จของมนุษย์นั้นก็คือ การที่สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ทั้งร่างกายและจิตใจ

สีสัน(Colour)
มีอิทธิพลมากกับชีวิตของคนเรา สมัยก่อนที่พูดเสมอว่า ปัจจัยสี่ไม่ว่า
อาหาร.. ต่างก็ล้วนมีสีสันทั้งนั้น เราจะเห็นสีของผักที่เป็นสีเขียว ผลไม้ก็มีสีสันต่างกันออกไปอย่างส้ม, สตรอเบอรี่, มะม่วง, มะปราง, กีวี,และอื่นๆ อีกมากมาย ข้าว ปลา อาหารทุกชนิดก็ล้วนแต่มี สี ทั้งสิ้น หรือแม้แต่เวลาคนที่กระทำความผิดแล้วสามารถกลับให้เป็นถูกได้ก็ล้วนแต่เป็นกลุ่มคนมีสี..เอ๊ะ! จะเกี่ยวกันรึปล่าวนะนี่
ที่อยู่อาศัย.. นี่ก็เห็นได้ชัดๆ จะๆ กันเลยว่ากลุ่มคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยนั้นต่างก็ให้วิทยายุทธในการใช้สีมาดึงดูดใจแก่ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสีของหลังคา ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว เพราะสีนั้นสามารถส่งผลไปถึงความรู้สึกทางจิตใจและอารมณ์ได้
ยารักษาโรค.. นี่ก็จะเห็นว่า เม็ดของยาที่ผลิตกันออกมานั้น ต่างสีสันกันเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ใช่ยา เพราะตามความคิดของคนเราโดยทั่วไปทุกคนจะไม่ค่อยชอบทานยา ก็เลยผลิตเม็ดยาออกมาให้เหมือนสีของลูกกวาด ดูน่าทาน ไม่ให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังไม่จาบาย(สบาย)
“ เครื่องนุ่งห่ม” นี่ล่ะหัวใจสำคัญเลยของเรื่อง เพราะโลกปัจจุบันธุรกิจของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นก็เป็นที่มีการแข่งขันกันมากตั้งแต่ตลาดโลกยันตลาดโหล ทำไมต้องมีเสื้อผ้าราคาแพงตัวละเป็นแสนๆ แล้วทำไมเสื้อผ้าบางตัวราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งทั้งๆ ที่ก็ใช้ห่อหุ้มร่างกายได้เท่าเทียมกัน ก็น่านนน..นะซิเนอะ ทำไมหนอทำไม ไม่ยากครับไม่ยาก คำตอบที่บอกได้ก็คือ..เค๊าสามารถขายภาพลักษณ์ของตัวเองได้ จนเกิดเป็นยี่ห้อ หรือ แบรนด์เนม (BRAND NAME) นั่นไง

          เอาล่ะครับคราวนี้ มาพูดถึง สีสันของเครื่องนุ่งห่มกันดีกว่า ก็อย่างที่เราก็เข้าใจกันว่า คนเราไม่ได้อยู่เพียงลำพังคนเดียว จะต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ดังนั้นก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีการแข่งขันกัน การแต่งกายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะเป็นภาษาในการสื่อถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ และโดยมี “สีสัน” มาเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าอยู่ในกลุ่มใดของความเป็นอยู่ และการศึกษา โดยปรกติแล้วคนไทยเรานั้นมักจะมีความเชื่อเรื่องของสีของเครื่องนุ่งห่มกันมาแบบบอกต่อกัน เนื่องจากว่าสมัยก่อนนั้น จะมีการเลือกสีให้ถูกโฉลกกับวัน จะต้องมีฤกษ์มีชัยในการสวมใส่หรือนุ่งห่มเสื้อผ้ากัน นั่นก็จะคิดกันว่าคนเราจะดีหรือไม่ก็อยู่ที่โชคลาภ เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่สมัยนี้ไม่ใช่แล้ว การแต่งกายแต่ละครั้งนั้นจะต้องให้ความสำคัญที่ตัวบุคคลก่อนแล้วค่อยคำนึงถึงโอกาสและสถานที่ที่เราจะไปว่า ควรที่จะเลือกสีสันแบบไหนไปเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของตัวเราเองต่อสายตาของผู้พบเห็น สี..จะมีมากมายหลากหลายกัน และสีแต่ละสีนั้นจะมีผลกระทบต่อหลักการทางจิตวิทยา และ “สี” นั้นก็เช่นเดียวกันกับคน ก็คือจะมีผลในทางบวกและก็จะมีผลในทางตรงข้ามเช่นกัน..
 
 

web stat