mail to Colour&Style
<< Back to ARTICLE
 

คราวนี้ถึงคราวของ “ สีม่วง ” ที่จะมาช่วยสร้างความโชติช่วงให้แก่ชีวิตกันซะที เพราะคนไทยรุ่นก่อน ๆ มักจะคอยเน้นเสมอว่า  “สีม่วง” เป็นสีแห่งความทุกข์
สีม่วงเป็นสีแห่งความเป็นหม้าย ซึ่งผมเชื่อว่าทุกวันนี้ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความรู้สึกต่อสีม่วงเช่นนี้ เพราะจากการปลูกฝังที่ได้รับกันมา เอาล่ะครับ
“ชาวเขายังปั๊ดตานา(พัฒนา) เลย เอาเป็นว่าชาวเราก็น่าจะปั๊ดตานา(พัฒนา) ได้แล้วเช่นกันนะครับ  ท่านผู้อ่านลองติดตามกันดูนะครับ

 

มาดูเรื่องสีกันต่อดีกว่าครับ...”สีม่วง” เป็นสีที่ผมจะนำมากล่าวในครั้งนี้ครับ  ลองมาดูความหมายหรือคำจำกัดความของสีม่วงต่อความรู้สึกทางจิตใจของคนเรากันดีกว่านะครับ

สีม่วง กับความรู้สึกกระทบต่อสภาพจิตใจของคนเราในทางที่ดีก็คือ สีม่วงเป็นสีของการสร้างสรรค์   เป็นสีที่เน้นในการบ่งบอกถึงความสง่างาม   เป็นสีของการมีลางสังหรณ์ เป็นสีของคนที่เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว  เป็นสีที่ดูไม่ธรรมดา  เป็นสีที่น่าทะนุถนอม กับความรู้สึกกระทบต่อสภาพจิตใจของคนเราในทางที่ตรงข้าม เป็นสีที่ดูประหลาด  เป็นสีที่ดูไม่มีการประยุกต์  เป็นสีที่ดูไม่เป็นเอกลักษณ์  เป็นสีที่ดูเป็นผู้อาวุโส  เป็นสีที่บ่งบอกให้เห็นถึงความทุกข์ เป็นสีที่เน้นถึงความสลดหดหู่   เป็นสีที่ใช้บ่งบอกถึงความสูญเสีย

สำหรับเวลาที่ควรใช้สีม่วงและโอกาสที่เหมาะสมในการใช้สีม่วง ควรเลือกใช้สีม่วงในกรณีทีต้องบ่งบอก
เพื่อการแสดงออกถึงความมั่นใจ  และความเป็นตัวของตัวเองสำหรับหน้าที่การงาน โดยเฉพาะ สีม่วงเข้ม ๆ
จะบ่งบอกหรือแสดงออกถึงความเป็นระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง ควรใช้สีม่วงสำหรับผู้ชนะ เมื่อต้องไป
ออกทางรายการทางโทรทัศน์เพราะจะทำให้ดูไม่เข้มจนเกินไป ควรใช้สีม่วงเมื่อต้องทำหน้าที่เพื่อการแนะนำ
สิ่งใหม่ๆ เพื่อการแก้ไขสิ่งเก่าๆ หรือเมื่อต้องการใช้คำพูดในการชักจูง ควรใช้สีม่วงแทนสีดำสำหรับชุด
งานกลางคืนเพื่อเสริมสร้างความมีเสน่ห์และต้องตาคน
 
สีม่วง กับการ เลี่ยง ใช้ในโอกาสต่างๆ
  1. ควรเลี่ยงการใช้สีม่วงในกรณีที่คุณกำลังมีความกดดัน  เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเกิดความกดดันมากยิ่งขึ้น
  2. ควรเลี่ยงการใช้สีม่วงในกรณีที่คุณมีนัดทานอาหารนัดแรกกับกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ เพราะหากคุณสวมใส่หรือใช้สีม่วงไปคุณจะไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มได้
  3. ควรเลี่ยงการสวมใส่สีม่วงกับการที่คุณเป็นผู้ไปแนะนำการทำประกันชีวิต เพราะสีม่วงนั้นจะทำให้คุณดูเป็นคนที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
  4. ควรเลี่ยงการสวมใส่หรือใช้สีม่วงในกรณีที่คุณต้องไปสัมภาษณ์ในการเรียนต่อสำหรับปริญญาโท  เพราะจะทำให้เกิดความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป เพราะจะทำให้คุณดูเหมือนคนที่มีปัญหา และคงไม่มีใครที่ต้องการนักศึกษาที่มีปัญหาอย่างแน่นอน
  5. ควรเลี่ยงการสวมใส่สีม่วงไปในกรณีที่คุณต้องการความเชื่อมั่นจากบุคคลอื่นๆ โดยเฉพาะคุณต้องการให้บุคคลอื่นรู้สึกกับคุณอย่างนุ่มนวลหรือในกรณีที่คุณต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น
 

เป็นไงบ้างครับท่านผู้อ่าน อย่างที่ผมได้พูดไว้เสมอไงครับว่าสีทุกสีก็เหมือนคนเราทุกคน  ดังนั้นจะมีตัวแปรที่สำคัญ ก็คือ
“จังหวะ” อย่างคนเราก็มี “จังหวะชีวิต” ที่จะทำให้เราประสบผลสำเร็จหรือไม่ได้  สีก็มีจังหวะที่จะเลือกใช้  ถูกที่ 
ถูกจังหวะ  ถูกโอกาส ก็จะประสบความสำเร็จ ผิดที่ ผิดจังหวะ ผิดโอกาส ก็เกิดความล้มเหลว ดังนั้นทุกครั้ง
 
ที่จะเลือกใช้ ก็ควรที่จะตรึกตรองซักนิดเพื่อความสำเร็จนะครับ


อย่างที่บอกนะครับว่า การมี “ภาพลักษณ์ที่ดี สามารถ MAKE  MONEY” ได้จริงๆ นะเออ
ไม่เชื่อท่านผู้อ่านลองสังเกตุดูนะครับว่าเมื่อไหร่ที่เราได้หันมาสนใจเรื่องการเสริมสร้างภาพลักษณ์
และโดยการเลือกใช้สีสันที่เหมาะสมกับตัวตนที่แท้จริงของเราเองและเลือกรูปแบบการแต่งกายที่เหมาะสม
กับรูปแบบของรูปลักษณ์ของเรา ( COLOUR-N-STYLE )  และเรื่องของสีที่ผมได้นำมาเสนอนี้ท่านผู้อ่านก็ลอง
นำไปลองใช้ในชีวิตจริงของท่านดูนะครับ ผมว่ามีประโยชน์มากทีเดียว เพราะมีท่านผู้อ่านหลายต่อหลายท่านในปัจจุบัน
ที่มีปัญหาเรื่องการแต่งกายว่าไม่ทราบว่าจะไปงานแต่ละครั้ง ไม่รู้ว่าจะเลือกสวมเสื้อผ้าสีอะไรดีที่จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้น
และให้ดูเหมาะสมกับรูปแบบของงานที่จะไปด้วย   หากนำเรื่องของสีที่ผมเขียนขึ้นมานี้ไปใช้ก็จะหมดปัญหา
ได้เลยนะครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ โดยไม่ต้องอาศัยไสยศาสตร์นะครับ เอาล่ะครับก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน
ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและประสบความสำเร็จในชีวิตทุกท่านเลยนะครับ  

 

web stat