mail to Colour&Style
<< Back to ARTICLE
 

สีสัน คือ ภาษา คือ สิ่งที่ผมต้องการเน้นให้ท่านผู้อ่านรับและเข้าใจ เพราะสีเป็นภาษาที่เรา
สามารถใช้สื่อสารและสามารถถ่ายทอดบอกกล่าวให้คนอื่นรับทราบได้

ท่านผู้อ่านทราบมั๊ยครับว่า “สี” ทุกสีมีคุณค่าและมีความหมาย และสามารถมีความหมายทั้งในทางบวก
และมีความหมายในทางตรงข้าม ซึ่งก็มีผลต่อสภาพทางจิตวิทยา ประเทศที่เขาเจริญแล้วนั้นเขาจะ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของตัวบุคคลก่อนเป็นสำคัญ เราจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นจะมีการที่สามารถ
ควบคุมโทนสีของเสื้อผ้า เครื่องประดับ และกระเป๋าถือ, รองเท้า ให้อยู่ในทิศทางที่เป็นโทนเดียวกันได้
ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันเลยทีเดียว และสามารถใช้สีสันในการสื่อสารกันได้ในสังคม ซึ่งเราจะ
ทราบได้ทันทีว่าคนที่เราพบเห็นนั้นต้องเป็นใครซักคนที่มีความรู้ในเรื่องการแต่งกายและเรื่องโทนสี
ของการแต่งกาย เพราะว่า คนที่ได้รับการเข้าเรียนรู้เรื่องของการใช้สีสันและการแต่งกายนั้นจะดู
แตกต่างจากคนโดยทั่วไป ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเตี้ย คุณจะสูง คุณจะสาว หรือคุณจะแก่ คุณจะอ้วนอวบ
หรือคุณจะดูผอมแห้ง ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขัดขวางเพื่อทำให้คุณดูไม่ได้ขึ้นได้ สี จะสามารถบ่งบอก
ได้ถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของคนเราได้ดีอีกด้วย ดังนั้นผมขอแนะนำว่าท่านผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้
ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถที่จะปรับตัวเองโดยการควบคุมการใช้สีสันเพื่อทำให้ตนเองดูดีขึ้นได้

สำหรับครั้งนี้ ผมก็ได้นำเอาสีที่มีความสำคัญต่อคนเรามาเล่าสู่กันฟังอีกสีนึง เพื่อที่ท่านผู้อ่านจะได้
นำเอาไปใช้ในชีวิต เพื่อเป็นประโยชน์ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้นั่นเอง ตอนที่ผมไปเรียนรู้
เรื่อง “สีสัน” ที่ต่างประเทศ ผมเองก็เป็นคนธรรมดาสามัญชนคนนึงที่มีความเข้าใจและ
ความเชื่อเหมือนคนไทยโดยทั่วไปที่คิดว่า สีดำ เป็นสีที่ดูเท่ ดูทันสมัย ดูเป็นแฟชั่น ดูเป็นศิลปิน
ก็จะมีเสื้อผ้าแต่สีดำเยอะมาก แต่เมื่อไปเข้าหลักสูตรแล้ว อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษาถามว่า
ผมน่ะมีความสุขรึปล่าวที่อยู่ในกลุ่มสีที่เป็นโทนสีที่เป็นลักษณะ โทนสีอบอุ่น (ซึ่งตรงข้ามกับสีดำ)
ผมบอกว่า ไม่มีความสุขเลย เพราะด้วยความเคยชินที่เราเองใช้แต่สีดำอยู่ ก็ใช้เวลาอยู่เป็นอาทิตย์
กว่าจะยอมรับได้ว่า “สิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา กับสิ่งที่เราชอบ” ก็เลยได้อาชีพ IMAGE CONSULTANT
นี้มา ก็ได้นำเอาวิชาความรู้ที่ตัวเองได้รับมานั้นมานำเสนอต่อให้กับพี่น้องคนไทย (เพราะเป็นเสมือน
ญาติของผมทุกคน) ได้รับรู้และยอมรับถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา และจะได้ปรับสิ่งต่างๆ
ที่เราจะนำมาใช้กับตัวเองนั้นให้เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเราเอง โดยที่จะไปทำเพื่อสิ่งที่เราชอบ
หรืออย่างที่เรียกว่า ทำเพื่อสนองความต้องการตัวเองไงครับ

เอาล่ะครับ ครั้งนี้ผมก็จะนำเอา “สีน้ำตาล” มาพูดคุยกัน พูดถึงสีน้ำตาลนี่
ผมเคยเถียงกับอาจารย์ที่เคยสอนผมเรื่องสีสันแทบแย่มาแล้ว ว่าผมไม่ชอบเลย เพราะผมได้รับ
คำบอกกล่าวมานานแสนนานตั้งแต่จำความได้ว่า สีน้ำตาลนั้นเป็นสีของคนแก่ เป็นสีที่เหมาะกับคนแก่ๆ
สวมใส่ ก็เลยรู้สึกไม่อยากแก่ ประมาณนั้น แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า
สีสันทุกสีนั้นจะมีผลต่อความรู้สึกทางจิตใจทั้งในทางบวกและทั้งในทางลบ และความเป็นจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ
ก็คือสีผิวของคนแต่ละคนนั้นสามารถรับสีของเสื้อผ้า, รับสีของการแต่งหน้า และสีของเครื่องประดับหรืออะไรก็ตาม
ที่จะเข้ามาใช้กับร่างกายคนเรานั้นได้ โดยมีความเข้มของสีที่แตกต่างกัน และหากเราสามารถรู้จักนำเอาสีทุกสีมาใช้ให้เหมาะสมกับสีผิวของคน
และนำเสนอในโอกาสที่เหมาะสม ก็จะเกิดผลต่อความรู้สึกของผู้พบเห็นในทางบวก แต่หากเราไม่สามารถควบคุมการนำเสนอโทนสีได้ให้เหมาะสมกับบุคคล และเหมาะสม

ต่อโอกาสที่ใช้ หรือสถานที่ที่ไป ก็จะเกิดผลขึ้นในทางลบ ฉันใดก็ฉันนั้นแหละโยม..
อ่ะ…มาดูเรื่องสีน้ำตาล กันต่อดีกว่าครับ สีน้ำตาลเป็นสีที่มีความเข้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสีดำ แต่อาจจะอ่อนกว่าเล็กน้อย แต่สีน้ำตาลก็สามารถใช้เพื่อให้เกิดความโดดเด่นและสง่างามขึ้นได้แทนสีดำ สำหรับคนที่จัดอยู่ในกลุ่มโทนสีอบอุ่น(WARM) คราวนี้ท่านผู้อ่านก็สงสัยว่า แล้วข้าจะรู้ได้ไงฟะ ว่าอยู่ในกลุ่มสีแบบไหน เรื่องนี้ก็ต้องขอบอกว่า ต้องใช้เวลาในการค้นหาว่า อยู่ในโทนสีแบบใดและมีความเข้มของโทนสีที่เหมาะสมกับร่างกายตัวเองนั้น อยู่ในกลุ่มความเข้มข้นเพียงใด หรือสีอ่อนจะอ่อนได้แค่ไหนที่จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้น และเราจะใช้สีสันแบบไหนเพื่อไปงานแต่ละงานเพื่อให้คนมีความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง หากสนใจจริงๆ ก็ติดต่อไปที่สถาบัน COLOUR-N-STYLE ได้ครับ แล้วท่านผู้อ่านก็จะได้เข้าใจว่าตัวเองนั้นอยู่ในกลุ่มโทนสีแบบไหน แล้วสามารถควบคุมการใช้โทนสีเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผู้พบเห็น เพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงานและในชีวิต

สีน้ำตาล กับความรู้สึกของคนในทางจิตวิทยา มีผลในทางบวก ก็คือ สามารถแสดงถึงความอบอุ่น แสดงถึงความเป็นธรรมชาติ แสดงถึงความเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความรู้สึกเหมือนอยู่กับบ้าน มีความรู้สึกถึงความปลอดภัย ไม่น่ากลัว

ท่านผู้อ่านควรเลือกใช้สีน้ำตาล เมื่อท่านผู้อ่านต้องการสื่อให้บุคคลอื่นเข้าใจถึงความเป็นมิตร และเพื่อเปิดใจกับผู้ที่เราต้องการจะติดต่อด้วย เพราะอิทธิพลของสีน้ำตาลนั้นจะให้ความอบอุ่นดูเป็นกันเอง ไม่คุกคาม กดขี่ สามารถเลือกใช้สีน้ำตาลนี้ เป็นชุดทำงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ในตอนกลางวัน เพื่อใช้แทนสีกรมท่า สีดำ หรือสีเทา ได้ สามารถใช้สีน้ำตาลนี้เพื่อ เสริมสร้างความสำเร็จและความประทับใจแก่ผู้พบเห็น สำหรับการไปงานเลี้ยงที่เป็นการเป็นงาน สามารถใช้สีน้ำตาลเข้ม ในงานที่ต้องการความโดดเด่น ในกรณีที่ท่านผู้อ่านอยู่ในกลุ่มสีอบอุ่น เพราะสีน้ำตาลจะทำให้ท่านดูเป็นคนที่มีผิวพรรณที่ดูสดใสสว่างและโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ สีน้ำตาลส่งผลต่อความรู้สึกของคนในทางลบ สีน้ำตาลจะส่งผลต่อความรู้สึกทำให้เกิดดูไม่ทันสมัย ให้เกิดรู้สึกน่าเบื่อหน่าย ให้เกิดความรู้สึกหมองเศร้า

ท่านผู้อ่านควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาลสำหรับการพบปะเพื่อนฝูงที่สนิท และเพื่อสนทนาปัญหาส่วนตัว เพราะสีน้ำตาลจะทำให้เพื่อนของคุณนั้นเปิดปากเล่าปัญหาต่างๆ ที่เขาได้เจอมาให้คุณฟังอย่างพรั่งพรู ควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาลสำหรับไปงานราตรีที่ต้องการดูสง่างาม เว้นว่าสีน้ำตาลนั้นจะเป็นเนื้อผ้าซาติน หรือผ้ากำมะหยี่ เพราะหากเป็นผ้าที่ไม่มีความเงาวาวก็จะทำให้ดูเป็นธรรมดาไป ควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาลในกรณีที่มีการสังสรรค์กันในระดับผู้บริหาร เพราะท่านผู้อ่านจะดูถูกลืม และถูกมองข้ามดูหายไปจากการสังสรรค์นั้น ควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาล ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือ และงานที่ต้องการให้เป็นที่สนใจของบุคคลอื่น ควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาลในกรณีที่ต้องการพูดคุยเรื่องการค้า ที่ต้องมีการเสี่ยง เพราะสีน้ำตาลจะทำให้คุณดูเป็นคนที่ไม่มีความกล้าได้กล้าเสียในธุรกิจการค้านั้นได้ และควรเลี่ยงสวมใส่สีน้ำตาลในกรณีที่ท่านอยู่ในกลุ่มสีที่เป็นโทนเย็น(COOL) โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกลุ่มฤดูหนาว(WINTER) เพราะสีน้ำตาลจะทำให้คุณดูเศร้าและดูหมองไปอย่างน่าประหลาดใจทีเดียว

ท่านผู้อ่านเป็นไงบ้างครับ อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าสีทุกสีล้วนมีคุณค่าในตัวเอง และทั้งมีความหมายต่อความรู้สึกของคนเราได้ทั้งในทางบวกและทั้งทางลบ ดังนั้นก็ควรที่จะเรียนรู้การใช้สีนั้นมาให้เกิดความเหมาะสมตามตัวบุคคลและโอกาสรวมทั้งสถานที่ที่เราจะไปด้วย เมื่อก่อนมีคำพูดที่ว่า “พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี” แต่สมัยนี้ก็มีใหม่ว่า “สีดีเป็นศรีแก่ความสำเร็จแห่งชีวิต สีผิดทำให้ชีวิตต้องเหนื่อยต่อไป” เอาเป็นว่าครั้งหน้าเราเจอกันใหม่แล้วกันนะครับ ก็ขอให้มีการติดตามกันต่อไปและท่านผู้อ่านที่ต้องการทราบเกี่ยวกับเรื่องใด ก็สามารถฝากคำถามพร้อมทั้งคำติชมมาได้ที่ webboard ของสถาบันฯ หรือท่านใดที่ต้องการทราบเกี่ยวกับตัวท่านเอง ก็ลองฝากรายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่านเอง ขอแค่สีของเส้นผม สีของสีผิว และสีของดวงตา นี่สำหรับผู้ที่ต้องการทราบถึงอุปนิสัยใจคอ ข้อดีที่ท่านมีและข้อที่ควรระวังในการใช้อารมณ์และการดำรงชีวิต สำหรับท่านที่สนใจทราบเรื่องการแต่งกายก็ขอรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนสูง น้ำหนัก รูปทรงของรูปร่างที่ท่านเป็นอยู่ พยายามให้ละเอียดนิดนึงก็ดีครับ แล้วผู้เขียนจะตอบให้ท่านได้ทราบกัน แต่ขอบอกก่อนนะครับว่าผู้เขียนจะใช้ความเป็นจริงที่ท่านเป็น และก็จะใช้หลักการปรับไม่ใช่เปลี่ยนตัวท่าน และไม่ใช่การทำนายทายทักหรือหมอดูอะไรทั้งสิ้น ทั้งหมดที่จะนำเสนอให้ท่านนั้นอยู่บนความเป็นจริง อยู่บนความเป็นธรรมชาติที่ท่านได้รับมา ซึ่งบางท่านก็ได้อยู่กับความเป็นธรรมชาติมานานจนดูเหมือนธรรมชาติลงโทษไปแล้วก็มี

ครั้งนี้คงต้องลากันไปก่อน ครั้งหน้าเจอกันใหม่นะครับ.....สวัสดีครับ.

               

web stat