mail to Colour&Style
<< Back to ARTICLE
   
 

เพื่อพัฒนาและสร้างความมั่นใจ ในการดำเนินชีวิต ก่อนแต่งตัวออกไปพบปะผู้คนนอกบ้าน เรื่องของเสื้อผ้า หน้าผม และบุคลิกภาพ คือเบื้องต้นแห่งการกรุยทาง ไปสู่ความสำเร็จ และเน้นความเป็นตัวของคุณเอง… อาจารย์โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง กรรมการผู้จัดการและ ผู้อำนวยการ โรงเรียนสอนศิลปะการแต่งหน้า และการแต่งกายโสภาส (Color and Style School By Sopas) ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของรายการ ‘Color and Style’ รายการวิทยุรายการแรก ที่ให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ทางคลื่น เอฟเอ็ม 105 เมกะเฮิร์ตซ์ เปิดประเด็นอย่างมั่นใจ เมื่อถูกถามถึงเรื่องภาพลักษณ์นั้นสำคัญอย่างไร? การเดินเข้าไปขอคำปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพ จึงไม่ใช่เรื่องตลก และถูกมองว่าเป็นคนขาดความมั่นใจอีกต่อไป ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร การรู้จักดูแลตัวเอง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จะทำให้คุณดูโดดเด่น และชวนมองมากยิ่งขึ้น

“รายการวิทยุที่เกิดขึ้นมานี้ เรียกได้ว่าเป็นรายการแรก ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ที่ให้คำปรึกษากันสด ๆ ลักษณะรายการแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือเรื่องของสีสัน เรื่องของสไตล์และรูปแบบ แล้วก็เรื่องของเมกอัพ ซึ่งเป็นเรื่องของตัวตน คนจริง ๆ เลย

 
 

ถามว่าผมมีพื้นฐานอย่างไร ถึงมาจัดรายการวิทยุ และเปิดสถาบันที่ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับบุคลิกภาพ คือ เริ่มจากที่ผมเคยเป็นนายแบบ ถ่ายแบบ ถ่ายละครมาก่อน ถ้ายังนึกไม่ออก ผมเคยถ่ายแบบให้กับนิตยสารแพรวเล่มแรก ๆ เมื่อก่อนเดินแบบเยอะมาก แล้วโดนช่างแต่งหน้าที่เขาไม่เข้าใจรูปหน้า สีผิวของนายแบบ-นางแบบ เขียนคิ้วดำ ตาเขียว แก้มแดงให้ ก็เกิดความรู้สึกว่า อยากแต่งหน้าตัวเองให้ดูดี อยากที่จะเรียนรู้ทางด้านนี้ อย่างลึกซึ้ง ทำให้เกิดเป็นลักษณะว่าได้เรียนรู้เรื่องของสีสัน ว่าคนเรามีสีผิว สีดวงตา สีของเส้นผมที่แตกต่างกันนะ และเจ้าความเข้ม ความอ่อนในตัวเรานี่แหละที่ส่งให้บุคลิก และนิสัยใจคอของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป

ผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริง เมื่อเรารู้ว่าชอบทางนี้ก็ขวนขวายไปเรียนอยู่หลายท ี่จนคิดว่าตัวเองมีความรู้มากพอ ที่จะให้คำปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพได้ และมองอย่างเข้าใจว่าทุกวันนี้ คนไทยเราโดนยัดเยียดอย่างมากเรื่องการแต่งกาย คนเราจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ มั่นใจแบบไร้สติ กับประเภทขาดความมั่นใจ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง บวกกับค่านิยมของคนไทยที่ยังคิดว่า อุ๊ย…ไม่จำเป็น ทำไมต้องมีที่ปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพ ส่วนใหญ่จะคิดกันแบบนี้ แต่จริง ๆ ถามว่าคนเราจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในชีวิต ในครอบครัวของคุณได้ ก็ต่อเมื่อคุณต้องขายตัวเองให้เป็นก่อน หน้าตาคนเราเปรียบเสมือนนามบัตรที่ใช้แนะนำตัวเอง แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องรู้จักตัวเองก่อน แยกให้ออกระหว่างสิ่งที่ตัวเองชอบ กับสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา และจัดอยู่ในกลุ่มสีผิวแบบไหน โดยปกติแล้วในโลกเรานี้จะมีการแบ่งกลุ่มสีผิวออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ผิวสองสี ผมเข้ม คิ้วเข้ม ตาเข้ม แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความเข้มข้นในตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นสีสันที่คุณจะใส่ ต้องมองสีที่มีความเข้มข้นเช่นเดียวกับสีผิว เพื่อช่วยขับความเข้มข้นในตัวคุณเองให้โดดเด่นออกมา

 
ขับพลังที่มีอยู่ในตัวคุณออกมาใช้ ควรเลือกใส่สีน้ำตาลช็อกโกแลต
ไล่ลงมาก็จะเป็นโทนสีขนมปังปอนด์ ที่ออกมาจากเตาจนกระทั่งผ่านเครื่องปิ้ง..
     
 

แต่เมื่อไหร่ที่คุณถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ซอฟต์ ผมสีอ่อน มีคิ้วสีอ่อน ผิวขาวแบบซีด ดูแล้วนุ่มนวลน่าสงสาร เช่น ให้เลือกสีที่เป็นพาสเทลทั้งหมด เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน เขียวอ่อน เทาอ่อน ก็จะช่วยส่งบุคลิกให้ดูน่าทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น ดูแล้วสบายตา อย่าง บิล คลินตัน มักจะเห็นใส่สีเทา สีฟ้าเป็นหลัก คุณชวน หลีกภัย เวลาที่ใส่สีเทาแล้วจะดูดีมาก

ส่วนกลุ่มโทนวอร์ม สีทุกสีสามารถนำมาปรับให้เป็นโทนวอร์มได้ เมื่อสีเหล่านั้นถูกผสมด้วยโทนสีเหลืองในอัตราส่วน 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณถูกจัดอยู่ในกลุ่มซอฟต์ คนกลุ่มนี้จะมากไปด้วยเหตุผลกว่าจะคิดตัดสินใจอะไรได้ ต้องขึ้นตาชั่งก่อน ทบทวนอย่างละเอียด จะเป็นคนที่ชอบฟันธง ผิดแล้วค่อยมาตามแก้กันทีหลัง ส่วนกลุ่มที่เป็นโทนเย็น ฉันจะต้องสวยเริดเชิดหยิ่งเข้าไว้ก่อน ส่วนใหญ่คนจะชื่นชมว่าดูดี แต่คนจะไม่ชอบว่านิสัยหยิ่ง ควรเลือกใช้สีที่เป็นโทนเย็นทั้งหมดเลย สีทุกสีใช้ได้หมดแต่ต้องเป็นสีที่ถูกผสมด้วยสีน้ำเงินไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มาถึงกลุ่มไลท์ คนกลุ่มนี้ความสดใสจะไม่ค่อยมี ให้นึกถึงสีที่เป็นน้ำแข็งไสที่ไม่ใส่นม เอาง่าย ๆ คือสีที่ถูกนำไปละลายน้ำก็จะอ่อนจางลง กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มไบรท์ เป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกสดใส เป็นคนที่มีความกระฉับกระเฉง ถ้าพูดถึงฤดูกาลก็ให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิเขียวแบบอ่อนหวาน

 

 

ปัจจุบันยังมีที่ว่างสำหรับอาชีพอย่างผมอีกมากนะครับ เพราะตราบใดที่เรายังต้องอยู่ในสังคม เราจะทำยังไงให้คนชื่นชอบเราทั้งหมด ถ้าคุณมีรูปแบบที่ดี นั่นคือชนะใจคนไปเกินครึ่งแล้ว เพราะภาพลักษณ์จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต ทุกวันนี้ผมทำทุกอย่างโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน เพราะเวลาที่ผมทำงาน ผมขอให้ผมได้ทำ ให้ผมได้ให้ เหมือนคนทำบุญทำมากได้มาก เรามองด้วยความภาคภูมิใจ ผมไม่เปลี่ยน แต่คนที่เดินออกจากผมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขามักจะพูดกับผมเสมอว่า ผมเป็นคนที่ช่วยพลิกชีวิตของเขาและเธอ บางคนจากผู้หญิงที่ไม่มีความมั่นใจเลย อ่อนแอมาก ฉันเป็นคนที่ดูไม่ดี ไม่สวยเลย ฉันเป็นคนที่ไร้ค่า ไม่สวยไม่หล่อ แต่เมื่อเขากลับออกไปด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้น ยิ่งทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจมาก”

บางครั้งการ ‘ให้’ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทรัพย์สินเงินทองใด ๆ แต่การ ‘ให้’ ในที่นี้ยังหมายถึง การให้วิชาความรู้ ให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้ที่ขาดความมั่นใจ หรือจากคนที่รู้สึกว่าตัวเองขาดปมเด่นมีแต่เพียงปมด้อย ให้กลายเป็นคนที่มีท่วงท่าสง่างามขึ้น ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและสังคมอย่างปกติสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ความอิ่มเอมใจ ผู้ ‘ให้’ เท่านั้นละค่ะที่จะซึ้งใจกับความเปลี่ยน

 

web stat