ถามว่าผมมีพื้นฐานอย่างไร ถึงมาจัดรายการวิทยุ และเปิดสถาบันที่ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับบุคลิกภาพ คือ เริ่มจากที่ผมเคยเป็นนายแบบ ถ่ายแบบ ถ่ายละครมาก่อน ถ้ายังนึกไม่ออก ผมเคยถ่ายแบบให้กับนิตยสารแพรวเล่มแรก ๆ เมื่อก่อนเดินแบบเยอะมาก แล้วโดนช่างแต่งหน้าที่เขาไม่เข้าใจรูปหน้า สีผิวของนายแบบ-นางแบบ เขียนคิ้วดำ ตาเขียว แก้มแดงให้ ก็เกิดความรู้สึกว่า อยากแต่งหน้าตัวเองให้ดูดี อยากที่จะเรียนรู้ทางด้านนี้ อย่างลึกซึ้ง ทำให้เกิดเป็นลักษณะว่าได้เรียนรู้เรื่องของสีสัน ว่าคนเรามีสีผิว สีดวงตา สีของเส้นผมที่แตกต่างกันนะ และเจ้าความเข้ม ความอ่อนในตัวเรานี่แหละที่ส่งให้บุคลิก และนิสัยใจคอของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป
ผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริง เมื่อเรารู้ว่าชอบทางนี้ก็ขวนขวายไปเรียนอยู่หลายท ี่จนคิดว่าตัวเองมีความรู้มากพอ ที่จะให้คำปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพได้ และมองอย่างเข้าใจว่าทุกวันนี้ คนไทยเราโดนยัดเยียดอย่างมากเรื่องการแต่งกาย คนเราจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ มั่นใจแบบไร้สติ กับประเภทขาดความมั่นใจ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง บวกกับค่านิยมของคนไทยที่ยังคิดว่า อุ๊ย
ไม่จำเป็น ทำไมต้องมีที่ปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพ ส่วนใหญ่จะคิดกันแบบนี้ แต่จริง ๆ ถามว่าคนเราจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในชีวิต ในครอบครัวของคุณได้ ก็ต่อเมื่อคุณต้องขายตัวเองให้เป็นก่อน หน้าตาคนเราเปรียบเสมือนนามบัตรที่ใช้แนะนำตัวเอง แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องรู้จักตัวเองก่อน แยกให้ออกระหว่างสิ่งที่ตัวเองชอบ กับสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา และจัดอยู่ในกลุ่มสีผิวแบบไหน โดยปกติแล้วในโลกเรานี้จะมีการแบ่งกลุ่มสีผิวออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ผิวสองสี ผมเข้ม คิ้วเข้ม ตาเข้ม แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความเข้มข้นในตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นสีสันที่คุณจะใส่ ต้องมองสีที่มีความเข้มข้นเช่นเดียวกับสีผิว เพื่อช่วยขับความเข้มข้นในตัวคุณเองให้โดดเด่นออกมา